เรื่องราวสำคัญของ บีโธเฟ่น นักดนตรีอัจฉริยะ

หากให้เอ่ยชื่อยอดนักดนตรีอัจฉริยะตั้งแต่อดีต มาจนถึงปัจจุบันเชื่อว่าคงมีหลายคนไล่เรียงกันไม่หวาดไม่ไหวแน่นอน เนื่องจากแต่ละคนก็มีความชอบทางดนตรีไม่เหมือนกัน แต่คนหนึ่งที่เราต้องยอมรับเลยว่าเค้าคืออัจฉริยะทางดนตรีอย่างแท้จริง นั่นคือ บีโธเฟ่น ยอดนักดนตรีอัจฉริยะที่ไม่มีใครเหมือน เราจะหยิบเรื่องราวของเค้ามาเล่าให้ฟังกัน การเข้มงวดแบบสุดโต่งจากบิดา กว่าจะมาเป็นนักดนตรีอัจฉริยะได้ บีโธเฟ่น เองมีชีวิตในวัยเด็กที่ไม่ดีนัก เรียกว่า ขมขื่น เลยก็ว่าได้ เนื่องจากเค้าเกิดมาพร้อมกับความคาดหวังของบิดาให้เป็นนักดนตรี(บิดาเป็นนักดนตรี)ที่จะต้องการให้ บีโธเฟ่น เปิดการแสดงหารายได้ด้วยตัวเองได้ตั้งแต่ 6 ขวบ นั่นทำให้เค้าต้องเจอการสอน และการซ้อมดนตรีอันเข้มงวดแบบสุดโต่งจากบิดามาตั้งแต่เล็กแล้ว ตัวอย่างเช่น การขังไว้ในห้องกับเปียโน , การห้ามไม่ให้เล่นกับเพื่อน หรือพี่น้อง เพื่อซ้อมดนตรี จนทำให้เจ้าตัวเกิดอาการท้อแท้แต่เนื่องจากแม่ของเค้าไม่สบายจึงทำให้เค้าต่อสู้ต่อไป การโกหกเพื่อสร้างภาพลักษณ์ หลังจากพยายามอยู่นาน บีโธเฟ่น ก็ประสบความสำเร็จในการเล่นดนตรีเพื่อหารายได้ ตอนนั้นบิดาของเค้าได้โกหกคนทั่วไปว่า บีโธเฟ่น อายุเพียงแค่ 6 ขวบเท่านั้น (ซึ่งจริงๆแล้วบีโธเฟ่นอายุ 7 ขวบ) สาเหตุการโกหกนั่นเนื่องจากว่า บิดาต้องการให้ บีโธเฟ่น เดินตามรอยโมสาร์ท สองการเปิดตัวว่าเด็กเท่าไรจะได้รับความน่าสงสาร ความน่าสนใจและเงินบริจาคมากขึ้นด้วย เป็นการโกหกเพื่อสร้างภาพลักษณ์อย่างแท้จริง บิดาติดสุรา ผู้เป็นทุกอย่าง วัยเด็กของบีโธเฟ่น เค้าไม่ค่อยได้สนุกอย่างเด็กทั่วไปมากนัก ปัจจัยหลักเลยคือพ่อของเค้านั่นเอง ส่วนหนึ่งเป็นความคาดหวังของพ่อในการผลักดันบีโธเฟ่นแบบสุดโต่ง อีกสาเหตุหนึ่งคือ บิดาของเค้าติดสุราอย่างหนัก นั่นทำให้ชีวิตในวัยเด็กของเค้ายากลำบากขึ้นไปอีก เนื่องจากเงินจากการเล่นดนตรีหมดไปเป็นค่าสุราของบิดาตลอดจนกระทั่งบิดาเสียชีวิต ความเป็นอัจฉริยะของบีโธเฟ่น นอกจากความสามารถในฐานะนักดนตรี …

แนวคิดคำคมของคนดังทั่วโลก เค้าเป็นแบบไหน

คนดัง คนรวย คนประสบความสำเร็จนั้น ถือว่าเป็นเป้าหมาย เป็นไอดอลของใครหลายคนให้ดำเนินชีวิตตามแบบให้ได้ แต่การจะดำเนินชีวิตตามแบบเค้าได้นั้น สิ่งแรกที่เราต้องรู้จักเลยนั่นคือ แนวคิดของพวกเค้าว่าเป็นอย่างไร ซึ่งคนประสบความสำเร็จเหล่านี้มักจะมีนำเสนอแนวคิดคำคมของตัวเองให้ได้มาอ่านกัน เราได้รวบรวมอันเจ๋งๆมาเป็นแรงบันดาลใจให้ แจ็ค หม่า คนแรกเราขอหยิบคำคมสุดจิ๊ดของ แจ็ค หม่า มหาเศรษฐีชาวจีนผู้ก่อตั้งอาณาจักรอาลีบาบา เค้าเติบโตมาด้วยความยากลำบาก แต่ความเพียรพยายามจนทำให้ตอนนี้ประสบความสำเร็จแล้ว ประโยคเด็ดของเค้าได้แก่ โลกนี้จำไม่ได้หรอกว่าคุณพูดอะไรไป แต่จะไม่ลืมสิ่งที่คุณทำ นั่นแสดงให้ถึงพลังของการลงมือทำ ย่อมเป็นสิ่งสำคัญกว่าคำพูด บิล เกตส์ คนต่อมาเป็นมหาเศรษฐีระดับโลก เจ้าของบริษัทไมโครซอฟต์ที่เราใช้กัน แนวคิดของเค้านอกจากเรื่องของเทคโนโลยีแล้วเรื่องของเศรษฐกิจเค้าก็กล่าวไว้ว่าอย่างน่าสนใจ เค้ากล่าวว่า หากคุณเกิดมาจน ไม่ใช่ความผิดคุณ แต่หากคุณจากไปด้วยความจนนั่นแหละความผิดคุณ อ่านแล้วถ้าเกิดมาไม่พร้อม เกิดมาจนก็พัฒนาตัวเองกันซะ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก คนที่สาม เราขอเอาคนดังเจ้าของ facebook อย่าง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เค้าก็เป็นอีกคนที่มีการดำเนินชีวิตน่าสนใจมาก การยอมออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อมาทำ facebook นั้นถือว่าเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของตัวเค้าเองและของโลกเลย เค้ากล่าวว่า อย่าให้ใครมาระบายสีให้ชีวิตของเรา ชีวิตของเรา เราเลือกเองได้ อย่าให้ใครมาขีดเส้น หรือ ระบายสีเพื่อให้เป็นไปตามที่เขาต้องการ อันนี้เค้าอยากให้เราดำเนินชีวิตตามใจของเราเอง ชีวิตของเราใช้ซะ เค้าว่ามาอย่างนั้น สตีฟ จ็อบ คนนี้ก็ถือว่าเป็นคนดังระดับโลกเช่นเดียวกัน นวัตกรรมยี่ห้อแอปเปิ้ลเป็นคำตอบได้เป็นอย่างดี …

โอกาสสำคัญในการฉลองยอดนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 2 คน

ยอดนักกวีเอกของโลกนั้น ต้องยอมรับเลยว่าผลงานของพวกท่านเหล่านั้นแม้ว่าจะผ่านเวลามาเป็น 100 ปี ผลงานของท่านก็ยังไม่เสื่อมคลายมนต์ขลัง ยังสามารถหยิบมาอ่านได้เสมอ ทั้งเนื้อเรื่อง และปรัชญาในการดำเนินชีวิต จึงไม่แปลกที่แต่ละประเทศจะมีการออกมาสรรเสริญนักกวีเอกของประเทศตนเอง อย่างเช่น วิลเลียม เช็คสเปียร์ส และ เซร์บันเตส กวีเอกจากสองประเทศ ที่บังเอิญเหลือเกินว่ามีการเฉลิมฉลองการเสียชีวิตในวันเดียวกันพอดี วิลเลียม เช็คสเปียร์ส กวีเอกจากอังกฤษ วิลเลียม เช็คสเปียร์ส กวีเอกจากอังกฤษ คิดว่าชื่อนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักอย่างแน่นอน ยิ่งใครชอบอ่านงานวรรณกรรมด้วยแล้วงานของท่านเช็คสเปียร์สถือว่าเป็นงานระดับมาสเตอร์พีซขึ้นหิ้งอย่างมาก เราอาจจะรู้จักผลงานของท่านในชื่อของ โรมิโอ และจูเลียต อยู่แล้ว แต่ผลงานของท่านมีมากมายกว่านั้นเยอะ ผลงานบางเรื่องยังไม่เคยถูกตีพิมพ์เลยด้วยซ้ำไป การครบรอ 400 ปีของท่าน ทำให้ทางอังกฤษได้มีการจัดกิจกรรมมากมายเพื่อเป็นการระลึกถึง ไม่ว่าจะเป็นการจัดแสดงบางส่วนของละคร โรมิโอ และจูเลียต หน้าบ้านของ เช็คสเปียร์ส ซึ่งตอนนี้ถูกดัดแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับตัวท่านไปแล้ว อีกด้านหนึ่งห้องสมุดของอังกฤษได้มีการจัดแสดง หนังสือที่รวบรวมผลงานของเช็คเสปียร์สในยุคแรกเอามาให้ดูกันด้วย ผลงานบางชิ้นจากหนังสือเล่มนี้ยังไม่เคยเปิดเผยหรือนำไปดัดแปลงเป็นการแสดงใดๆเลย เซร์บันเตส กวีเอกจากสเปน อีกฝั่งหนึ่งของยุโรป เป็นความบังเอิญเหลือเกินที่ประเทศสเปน ก็จัดให้มีการเฉลิมฉลองให้กับ มิเกล เด เซร์บันเตส เจ้าของผลงานวรรณกรรม Don Quixote (ดอน กิโฮเต้) ด้วย ผลงานเรื่องนี้ถูกยกย่องว่าเป็นหนังสือที่ดีที่สุดในโลก เมื่อถึงวาระสำคัญอย่างนี้เลยต้องมีการจัดเฉลิมฉลองกัน โดยเฉพาะเมือง …

นักกวีคนสำคัญของจีน

ประเทศจีนถือว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศในโลกที่มีการเก็บบันทึกประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ไม่เพียงแค่ความรู้ แนวคิด ปรัชญาด้านการทำสงคราม การบริหารบ้านเมืองเท่านั้น ยังมีนักกวีอีกหลายคนที่สอนหลักคิด แนวคิด ปรัชญาอันลึกล้ำจนส่งต่อมาถึงปัจจุบันได้ เราเลยขอถือโอกาสนี้นำเสนอนักกวีคนสำคัญจากหน้าประวัติศาสตร์จีนว่ามีใครบ้าง หลี่ไป๋ ยอดกวีราชวงศ์ถัง คนแรกเชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่รู้จักนั่นคือ หลี่ไป๋ ยอดกวีในยุคราชวงศ์ถัง ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ราชวงศ์ถังเป็นยุคสมัยที่ค่อนข้างเปิดกว้าง เสรีภาพเลยสำหรับชนชั้นปัญญาชน หลี่ไป๋เองก็เป็นหนึ่งในนั้น เค้าเป็นนักกวีมีชื่อเสียงตั้งแต่วัยหนุ่ม จนได้เข้าสู่วงการข้าราชการ น่าเสียดายด้วยนิสัยถือดี และการไม่เก่งเกมการเมือง ทำให้เค้าก้าวไปได้ไม่ไกลนักจนสุดท้ายต้องออกมาเป็นนักท่องเที่ยวแบบเดิม บทกวีของเค้าจะเป็นการชมความงามธรรมชาติพร้อมกับสอดแทรกแง่คิด ปรัชญาชีวิต ยกตัวอย่างเช่น ทาขึ้นภูเขาในมณฑลเฉสวน ยากกว่าการปีนขึ้นท้องฟ้า เป็นต้น ชีหยวน กวีชาตินิยม คนต่อไปได้แก่ ชีหยวน กวีคนนี้ถือว่าเป็นคนมีคาแรกเตอร์ค่อนข้างชัดเจนมาก ทั้งบุคลิก ลักษณะนิสัย และงานเขียนของเค้าเอง ชีหยวนเกิดอยู่ในสมัยจ้านกว๋อ ซึ่งเป็นยุคแห่งสงครามระหว่างก๊กต่างๆมากมาย ชีหยวน เป็นชาวก๊กฉู่ ก๊กอิทธิพลใหญ่เป็นอันดับหนึ่งเคียงข้าง ก๊กฉิน ตอนนั้นทั้งสองก๊กต่างต้องการระดมคนเพื่อเพิ่มฐานกำลังให้กับคนเอง ชีหยวนก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่การขัดแย้งกับกลุ่มการเมืองทำให้เค้าโดนสาดโคลนจนหมดความสำคัญไปเรื่อยพร้อมกับการล่มสลายของก๊กฉู่ เมื่อก๊กฉู่โดนตีแตกเค้าก็ฆ่าตัวตายตามไป ผลงานของเค้าต้องเป็น หลีเซา บทกวีบอกเล่าเรื่องราวทางการเมืองผสมความโรแมนติค ที่ใส่อารมณ์พรรณนาแบบเต็มเปี่ยม ไม่เหมือนใครเลย นี่คือ หนังสือประวัติศาสตร์สมบูรณ์ฉบับหนึ่งของจีนเลยก็ว่าได้ เถายวนหมิง กวีลูกทุ่ง กวีคนต่อไปนี้ อาจจะแตกต่างจากสองคนแรก นั่นคือเราเป็นนักกวีลูกทุ่ง เป็นนักกวีที่ชอบอยู่กับสายลม …

รำวงมาตรฐานมีที่มาที่ไปอย่างไร ใครรู้บ้าง

ประเทศไทยเราเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศิลปวัฒนธรรมอันสวยงามและอายุยืนนานเก่าแก่ไม่แพ้ชาติใดในโลก นอกจากวัฒนธรรมด้านการกินแล้ว การดนตรี แสดงออก นาฏศิลป์ของบ้านเราก็นับว่าเก่าแก่เช่นกัน หนึ่งในศิลปะทางด้านการแสดงของไทยเรานั่นก็คือ รำวงมาตรฐาน แม้ว่าจะเคยได้ยินกันหนาหู แต่เชื่อเหอะว่าเราจำไม่ได้หรอกว่า รำวงมาตรฐานเป็นมาอย่างไร รำวงมาตรฐานมีต้นแบบมาจากไหน รำวงมาตรฐานนั้น หากเราสืบประวัติย้อนขึ้นไปจะพบว่าการรำชนิดนี้มีต้นแบบการรำมาจากศิลปะพื้นบ้านอันมีชื่อว่า รำโทน ซึ่งการรำโทนนี้จะมีลักษณะการรำเป็นวงกลม จับคู่กันระหว่างชายและหญิง บริเวณกลางวงจะมีครกตำข้าววางเอาไว้ ด้านข้างจะมีเครื่องดนตรีประกอบจังหวะเพื่อสร้างดนตรี ความสนุกสนานร่วมกัน การร้องรำทำเพลงลักษณะนี้เน้นความสนุกสนานร่วมกัน ไม่ได้มีแบบแผนตายตัวกำหนดไว้ ส่วนชื่อรำโทนมาจากการนำ โทน เป็นเครื่องประกอบจังหวะหลักนั่นเอง การยกระดับรำโทน เมื่อการรำโทนได้รับความนิยมมากขึ้น ทำให้นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นอย่าง จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้เห็นถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่สืบไป จึงได้มีแนวคิดให้มีการปรับปรุงรำโทนให้มีแนวทางชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการร้อง ท่ารำ การแต่งกาย เพื่อทำให้รำโทนมีความนิยมมากขึ้น จึงได้มีการนำรำโทนมาพัฒนาเป็น ท่ารำวงมาตรฐาน จนถึงในปัจจุบันนั่นเอง เพลงที่ใช้ในการรำวงมาตรฐาน เพื่อเป็นการอนุรักษ์การเล่นรำวงมาตรฐานเอาไว้ จึงได้มีการแต่งเพลงเอาไว้สำหรับการรำวงมาตรฐานโดยเฉพาะ ซึ่งมีทั้งหมด 10 เพลงด้วยกันคือ เพลงงามแสงเดือน, เพลงชาวไทย, เพลงรำซิมารำ, เพลงคืนเดือนหงาย, เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ, เพลงดอกไม้ของชาติ, เพลงหญิงไทยใจงาม, เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า, เพลงยอดชายใจหาญ และเพลงบูชานักรบ เป็นต้น ทั้ง 10 เพลงนี้ก็จะมีความหมายแตกต่างกันไป บ้างก็เป็นเพลงสำหรับเกี้ยวพาราสี, เพลงปลูกใจ, …

สุดยอดนักกวีตลอดกาลของฝั่งยุโรปมีใครกันบ้าง

นักกวีเป็นคนอีกกลุ่มหนึ่งที่พวกเราอาจจะไม่รู้จักพวกเค้ามากนัก แต่รู้จักผลงานของพวกเค้ามากกว่ายิ่งเป็นนักกวีในสมัยอดีตที่การเผยแพร่ผลงานยังไม่ง่ายขนาดนี้ ทำให้มีนักกวีหลายท่านกว่าจะเป็นที่รู้จักในผลงานชื่อเสียง ท่านก็จากพวกเราไปเสียแล้ว วันนี้เราจะพาไปรู้จักสุดยอดนักกวีตลอดกาลจากการจัดอันดับของฝั่งยุโรปว่ามีใครกันบ้าง อันดับที่ 1 วิลเลียม เช็คสเปียร์ส อันดับที่ 1 เชื่อว่าหลายคนคงเดาถูกอย่างแน่นอน เนื่องจากผลงานของเค้านั้นควรจารึกไว้ในแผ่นดินจริงๆ นั่นคือ วิลเลียม เช็คสเปียร์ส นักกวีชาวอังกฤษที่มีผลงานอันโดดเด่นด้วยงานประพันธ์ด้านความรัก อย่าง โรมิโอ และจูเลียตก็จริง แต่ว่า เช็คสเปียร์ส ก็มีผลงานด้านกวี โคลง กลอนด้วย ลองไปหาผลงานชื่อว่า Venus and Adonis และ ผลงานชื่อว่า Sonnets ดูก็แล้วกันจะรู้เลยว่าเค้าสมควรเป็นอันดับหนึ่งจริงๆ โฮเมอร์ คนนี้ย้อนกลับไปไกลเลย นั่นคือ โฮเมอร์ ยอดกวีเอกตั้งแต่สมัยกรีกโรมันโน่นเลย ชายคนนี้แม้ว่าจะเป็นคนตาบอดแต่กลับชอบท่องเที่ยวเดินทางไปทั่วจนทำให้เจ้าตัวมีประสบการณ์มากมาย ผลงานสำคัญของเค้าคือ มหากาพย์อิเลียต และมหากาพย์ โอดิสซี สองเรื่องนี้แม้ว่าจะผ่านมานานมาก แต่ก็ยังได้รับการสืบทอดเล่าขานต่อกันมาว่ามันคือมหากาพย์ที่ดีที่สุดเรื่องนี้เลยทีเดียว ดันเต อาลีกีเอรี กวีคนถัดไปมาจากประเทศอิตาลี เมื่อง ฟลอเรนซ์ ชื่อว่า ดันเต อาลีกีเอรี กวีคนนี้มีความสำคัญต่อวงการกวีอิตาลีอย่างมากในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13-14 บางคนยกย่องให้เป็นบิดาของภาษาอิตาเลียนเลยก็ว่าได้ ผลงานสำคัญของเค้าต้องเป็นเรื่อง ดีวีนากอมเมเดีย บทกวีเรื่องราวการเล่าขานโลกหลังความตาย นรกและสวรรค์ …

จัดอันดับ 5 นักเขียนของโลก

ไม่ว่าจะเป็นอาชีพอะไรก็ตาม ล้วนแต่ต้องมีผู้ที่ขึ้นไปยืนอยู่ระดับแนวหน้าบนจุดสุดยอดได้เสมอ และนี่คือรายชื่อของนักเขียนชื่อก้องโลกระดับตำนาน 5 คน ที่ฝากชื่อไว้ให้โลกจารึก Virginia Woolf Virginia Woolf เป็นผู้หลงใหลความงดงามของคำ ซึ่งนำมาสรรสร้างให้เป็นลายลักษณ์อักษร เธอมีความสุขกับการเขียนวรรณกรรมจำนวนมาก อีกทั้งยังได้รับประสบความสำเร็จจนได้รับเกียรติจากผลงานมากมายของเธอเช่น To the Lighthouse , Mrs. Dalloway และ A Room of One’s Own ระหว่างสมัยสงครามโลก Virginia Woolfเป็นสตรีผู้มีบทบาทสำคัญในวงการวรรณกรรมแห่งลอนดอน อีกทั้งเป็นสมาชิกคนหนึ่งของ Bloomsbury group โดยเป็นกลุ่มที่รวบรวมเอาทั้ง นักเขียน, ปัญญาชน , ศิลปิน ซึ่งตั้งอย่างไม่เป็นทางการ Kurt Vonnegut Kurt Vonnegut เขาเป็นนักเขียนชาวอเมริกัน ผู้เดินบนเส้นทางอาชีพนักเขียนอย่างยาวนานกว่า 50 ปี เขาฝากผลงานเรื่องสั้นและนวนิยาย อันทรงคุณค่าเพื่อเชื้อเชิญให้ผู้อ่านเข้าสู่อาณาจักร Sci-Fi ของเขา Slaughterhouse-Five เป็นหนึ่งในหนังสือที่รู้จักมากในระดับนานาชาติ แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ยังมีผลงานดีๆอีกมากมาย เช่น Fates Worse Than Death , and …

ประวัติของโคลงสี่สุภาพ

โคลงสี่สุภาพ จัดเป็นโคลงโบราณอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งกวีสมัยโบราณนิยมมากที่สุด จุดเด่นของโคลงสี่สุภาพ คือ การบังคับวรรณยุกต์เอกโทซึ่งเป็นมรดกทางภาษา เมื่ออ่านแล้วเกิดความรู้สึกลงตัวมากที่สุด โดยคำว่า สุภาพ หรือ เสาวภาพ คือ คำไม่มีรูปวรรณยุกต์ โคลงสี่สุภาพ ปรากฏให้เห็นในวรรณกรรมไทย เป็นครั้งแรกในสมัยตอนต้นอยุธยา ซึ่งถูกเขียนและบรรจุอยู่ในมหาชาติคำหลวงเป็นเรื่องแรก ต่อมาหลังจากนั้นก็มีวรรณกรรมไทย ที่แต่งด้วยโคลงสี่สุภาพออกมา ได้แก่ ลิลิตพระลอ , โคลงนิราศหริภุญชัย ,โคลงมังทราตีเชียงใหม่ ต่อมาพอเข้าสู่สมัยอยุธยาตอนกลาง วรรณกรรมใช้โคลงสี่สุภาพในการแต่ง คือ โครงเรื่องพาลีสอนน้อง , โคลงราชสวัสดิ์ เป็นต้น อีกทั้งยังนำไปใช้แต่ง โคลงเฉลิมพระเกียรติพระนารายณ์มหาราช ,โคลงนิราศนครสวรรค์ , กาพย์ห่อโคลง รวมทั้งโคลงอักษรสามของพระศรีมโหสถ เมื่อเวลาล่วงมาถึงสมัยอยุธยาตอนปลาย ได้มีการนำโคลงสี่สุภาพ ไปแต่งโคลงนิราศพระบาท ,  โคลงนิราศเจ้าฟ้าอภัย และกาพย์ห่อโคลงของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร เมื่อเปลี่ยนผ่านมาในยุคสมัยธนบุรี ก็ได้นำไปแต่ง โคลงยอพระเกียรติพระเจ้ากรุงธนบุรี และลิลิตเพชรมงกุฎ เมื่อย่างมาถึงยุคกรุงรัตนโกสินทร์ วรรณกรรมที่ใช้โคลงสี่สุภาพอันมีชื่อเสียง ได้แก่ โคลงนิราศนรินทร์ , ลิลิตตะเลงพ่าย , โคลงโลกนิติ เป็นต้น โคลงสี่สุภาพ เป็นคำประพันธ์อีกประเภทหนึ่งซึ่งกวีทั้งหลายนิยมนำมาแต่ง อีกทั้งยังเดินทางผ่านกาลเวลามีการพัฒนามาอย่างยาวนาน จนสร้างฉันทลักษณ์ได้อย่างลงตัวและกลายมาเป็นแบบฉบับซึ่งยึดถือตามกันมาจนถึงปัจจุบัน …

นักเขียนไทย กับ หนังสือที่เป็นตัวแทนของเค้า

คนไทยเราถือว่าเป็นอีกชาตหนึ่งที่มีนักกวีออกมาอย่างไม่ขาดสายเลย ผลงานบางชิ้นของนักเขียนบางท่านนั้นถือว่าเข้าขั้นตำนานเลยก็ว่าได้ แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงไหน ผลงานของท่านก็ยังท่านสมัย อ่านได้ตลอดเวลา วันนี้เราขอรวบรวมนักเขียนไทยกับหนังสือที่ถือว่าเป็นตัวแทนของพวกเค้าในวงการวรรณกรรมได้เลย มาดูกันว่ามีใครกันบ้าง รงค์ วงษ์สวรรค์ คนแรกที่ผู้เขียนเองปิ้งขึ้นมาชื่อแรกสำหรับหัวข้อนี้ คือ ท่านอาจารย์ รงค์ วงษ์สวรรค์ ท่านเป็นเจ้าของรางวัลศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี 2538 สมยานามของท่านคือ พญาอินทรีแห่งสวนอักษร สไตล์การเขียนงานของท่านนั้นถือว่าเป็นความโดดเด่น และแหวกขนบเดิม จนถึงขั้นเป็นขบถเลยก็ได้ อย่างเช่นการใช้คำว่า นาที หรือ HA-HA เป็นต้น ผลงานของท่านมีเยอะ แต่หากให้เลือกผลงานระดับตำนาน เราขอยกมือให้กับ ใต้ถุนป่าคอนกรีท เสนีย์ เสาวพงศ์ ท่านนี้จัดว่าเป็นนักเขียนมากความสามารถอีกคนหนึ่ง เป็นทั้งนักการทูต นักหนังสือพิมพ์ด้วย ผลงานขอท่านมักจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนหนุ่มสาวได้อยู่เสมอ ยิ่งแนวคิดทางการเมืองแล้วยิ่งไปกันใหญ่ ผลงานสร้างชื่อของท่านเป็นหนังสือชื่อว่า ปีศาจ เรื่องราวการเปลี่ยนแปลงทางสังคมจากระบบศักดินาไปสู่ความเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง ศรีฟ้า ลดาวัลย์ นักเขียนหญิงท่านนี้ ก็จะจัดว่าเป็นผู้มีความสามารถโดดเด่นในแวดวงวรรณกรรมเช่นกัน งานเขียนของท่านมีเยอะมากส่วนใหญ่จะถูกดัดแปลงเป็นละคระ ภาพยนตร์ และการแสดงอื่นเป็นจำนวนมาก งานเขียนจะเน้นความขัดแย้งภายในครอบครัว ผลงานโดดเด่นยกให้กับ ขมิ้นกับปูน เชื่อว่าแฟนละครยุค 90 ต้องผ่านตามาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 รอบแน่นอน อังคาร กัลป์ยาณพงศ์ ท่านนี้มีผลงานเขียนแตกต่างจากท่านอื่น …

เรามาทำความเข้าใจกับกวีนิพนธ์กันดีกว่า

กวีนิพนธ์  หมายถึง รูปแบบการใช้ภาษาอย่างมีศิลปะ เพื่อให้ประโยชน์ในทางด้านสุนทรียะ เป็นการเพิ่มเติมให้กับเนื้อหาทางความหมาย รวมทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของวรรณกรรมอีกด้วย คำประพันธ์ซึ่งแต่งโดยกวี  จัดเป็นงานเขียนทางวรรณศิลป์ ช่วยทำให้เกิดอารมณ์ในด้านต่างๆ  คำที่มีความหมายคล้ายคลึงกัน เช่น ร้อยกรอง หมายถึง คำที่นำมาเรียบเรียงตามหลักฉันทลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีคำอื่น ๆ ซึ่งมีความหมายคล้ายคลึงกับ กวีนิพนธ์ หรือ ร้อยกรอง เช่น  บทกวี , บทประพันธ์ , บทกลอน , กลอนกานท์ , ฉันท์  เป็นต้น โดยทุกวันนี้หมายถึงคำประพันธ์อันมีรูปแบบแตกต่างกัน อย่างในอดีตเคยใช้ในความหมายเดียวกันกับ กวีนิพนธ์ หรือ ร้อยกรอง มาในยุคหนึ่ง ผลงานแบบกวีนิพนธ์เราจะเรียกว่า บทกวี ส่วนผู้ให้กำเนิดงานดังกล่าว จะเรียกว่า กวี นั่นเอง บทกวี คือ ภาษาอันกลั่นกรองออกมาจากอารมณ์และความรู้สึกนึกคิด จัดเป็นเครื่องมือที่ช่วยถ่ายทอดอารมณ์ออกมาแสดงให้เห็นภาพ  กวีไม่ได้มีหน้าที่สรุปยืนยันความจริง แต่กวีจะเป็นคนใช้คำแสดงให้เห็นความจริงในรูปแบบใหม่ ๆ ของชีวิตในๆหลายๆแง่มุม ทั้งมุมที่คนทั่วไปคาดไม่ถึง แม้แต่เรื่องที่กวีเองพึ่งประจักษ์เองก็ตาม องค์ประกอบของบทกวี สามารถแบ่งออกเป็น  2  ส่วนกว้างๆ ดังนี้ – ความรู้สึก …