เรามาทำความเข้าใจกับกวีนิพนธ์กันดีกว่า

กวีนิพนธ์  หมายถึง รูปแบบการใช้ภาษาอย่างมีศิลปะ เพื่อให้ประโยชน์ในทางด้านสุนทรียะ เป็นการเพิ่มเติมให้กับเนื้อหาทางความหมาย รวมทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของวรรณกรรมอีกด้วย คำประพันธ์ซึ่งแต่งโดยกวี  จัดเป็นงานเขียนทางวรรณศิลป์ ช่วยทำให้เกิดอารมณ์ในด้านต่างๆ  คำที่มีความหมายคล้ายคลึงกัน เช่น ร้อยกรอง หมายถึง คำที่นำมาเรียบเรียงตามหลักฉันทลักษณ์

นอกจากนี้ยังมีคำอื่น ๆ ซึ่งมีความหมายคล้ายคลึงกับ กวีนิพนธ์ หรือ ร้อยกรอง เช่น  บทกวี , บทประพันธ์ , บทกลอน , กลอนกานท์ , ฉันท์  เป็นต้น โดยทุกวันนี้หมายถึงคำประพันธ์อันมีรูปแบบแตกต่างกัน อย่างในอดีตเคยใช้ในความหมายเดียวกันกับ กวีนิพนธ์ หรือ ร้อยกรอง มาในยุคหนึ่ง

ผลงานแบบกวีนิพนธ์เราจะเรียกว่า บทกวี ส่วนผู้ให้กำเนิดงานดังกล่าว จะเรียกว่า กวี นั่นเอง

บทกวี คือ ภาษาอันกลั่นกรองออกมาจากอารมณ์และความรู้สึกนึกคิด จัดเป็นเครื่องมือที่ช่วยถ่ายทอดอารมณ์ออกมาแสดงให้เห็นภาพ  กวีไม่ได้มีหน้าที่สรุปยืนยันความจริง แต่กวีจะเป็นคนใช้คำแสดงให้เห็นความจริงในรูปแบบใหม่ ๆ ของชีวิตในๆหลายๆแง่มุม ทั้งมุมที่คนทั่วไปคาดไม่ถึง แม้แต่เรื่องที่กวีเองพึ่งประจักษ์เองก็ตาม

องค์ประกอบของบทกวี สามารถแบ่งออกเป็น  ส่วนกว้างๆ ดังนี้

ความรู้สึก คือ เรื่องที่ต้องการถ่ายทอดออกมาไปยังผู้รับสาร บทกวีที่ดีจะต้องออกมาจากความรู้สึกจากใจจริงของผู้เขียน ความรู้สึกอาจเกิดขึ้นทันทีหลังจากไปเจอบางสิ่งบางอย่าง และความรู้สึกนั้นก็จะก่อให้เกิดแรงบันดาลใจ อาจเป็นความรู้สึกแบบ เปี่ยมไปด้วยสุข มีความหมาย หรือแม้แต่ความรู้สึกเศร้าเสียใจกับสิ่งที่ได้เจอมา เป็นต้น

รูปแบบกวีเลือกนำเสนอ

ประเภทของกวีนิพนธ์

– มีรูปฉันทลักษณ์ตามแบบแผน เช่น กาพย์ , กลอน , โคลง เป็นต้น

– รูปฉันทลักษณ์อิสระ เช่น กลอนเปล่า , วรรณรูป เป็นต้น

ลักษณะสำคัญของกวีนิพนธ์

–  มีศิลปะ มีความงามและต้องมีการสื่อความหมาย

– มีรูปฉันทลักษณ์ตามแผนเดิม  กับ ฉันทลักษณ์อิสระ

การอ่านเพื่อพิจารณาบทกวีนิพนธ์

  1. อ่านเพื่อจับใจความสำคัญของเรื่อง อ่านเพื่อหาแกนสำคัญของเรื่องนั้นๆ ว่าผู้เขียนต้องการนำเสนอสิ่งใด

โดยให้ใช้คำถามในระดับเบื้องต้นก่อนคือ ใคร , ทำอะไร , ที่ไหน , อย่างไร , เมื่อไร , ผลเป็นอย่างไร เป็นต้น

  1. ต้องเข้าใจความหมายหลายๆนัย โดยผู้อ่านต้องใช้จินตนาการ ประกอบกับ ความรู้สึกนึกคิด , การเชื่อมโยง , การตีความ ต้องคำนึงถึงจุดประสงค์ในการเขียนเป็นสำคัญ รวมถึงสถานการณ์หรือเหตุการณ์อันสอดคล้องด้วย
  2. พยายามจับน้ำเสียงที่อยู่ในแก่นของเรื่องในกวีนิพนธ์นั้นๆ คือต้องรู้ว่าผู้เขียนแสดงอารมณ์ต่อตัวละคร หรือต่อเหตุการณ์นั้นอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น ตื่นเต้น , ประชด , คร่ำครวญ , เศร้า , มีความสุข , ชื่นชม เป็นต้น