ประวัติกวีไทยอัจฉริยะ ชิต บุรทัต

กวีไทยอัจฉริยะ นาย ชิต บุรทัต วันเกิด 6 กันยายน พ.ศ. 2435 นามสกุลเดิมของท่าน คือ ‘ชวางกูร’ ท่านเป็นบุตรชายของ นายชู กับ นางปริก โดยท่านเป็นผู้มีทักษะโดดเด่น ในเรื่องการแต่งร้อยกรอง โดยเฉพาะ ฉันท์ อันเป็นกวีซึ่งมีชื่อเสียงในสมัยรัชกาลที่ 6 นายชู ผู้เป็นบิดาเป็นครูสอนภาษาบาลี ประจำอยู่ที่โรงเรียนวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จึงทำให้ท่านมีความรู้ความชำนาญในการอ่านคำประพันธ์ประเภทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะเป็นอย่างมาก

นายชิต บุรทัต เข้าศึกษา ณ โรงเรียนวัดราชบพิธ จนกระทั่งจบชั้นมัธยม ที่โรงเรียนวัดสุทัศน์ ต่อมาเมื่อท่านมีอายุ 15 ปี จึงบวชเป็นสามเณร ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม แต่บวชได้ไม่นานก็ลาสิกขา

ทักษะส่วนตัว นายชิต มีความสนใจในเรื่องการอ่านเขียน ตลอดจนมีความเชี่ยวชาญเรื่องภาษาไทย , ภาษาบาลี อีกทั้งยังมีทักษะภาษาอังกฤษอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ จนกระทั่งท่านเริ่มลงมือประพันธ์เมื่ออายุได้ 18 ปี

ต่อมานายชิต กลับมาบวชสามเณรอีกครั้ง ณ วัดบวรนิเวศวิหาร รวมทั้งเริ่มลงมือเขียนงานประพันธ์เป็นครั้งแรก โดยใช้นามปากกา ‘เอกชน’ จนกระทั่งเป็นที่รู้จักกันดีในช่วงเวลานั้น และสามเณรชิตยังได้รับงานจากองค์สภานายกหอพระสมุดวชิรญาณ ให้เข้าร่วมแต่งฉันท์สมโภช ในงานพระราชพิธีฉัตรมงคลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปีพ.ศ. 2454 ด้วย

ต่อมาปี พ.ศ. 2458 นายชิต บุรทัต ได้ขอลาสิกขา พร้อมส่งผลงาน ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ที่มีชื่อว่า ‘สมุทสาร’ ครั้นพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทอดพระเนตร ท่านพอพระราชหฤทัยเป็นอย่างสูง จึงโปรดฯ ให้เจ้าหน้าที่ภาพถ่ายเจ้าของบทประพันธ์นั้นมาด้วย

ในช่วงชีวิตของ นายชิต บุรทัต ท่านได้สร้างผลงานอันทรงคุณค่าที่มีชื่อเสียงหลายชิ้น โดยเฉพาะประเภท สามัคคีเภทคำฉันท์ ประจำปี พ.ศ. 2457 จึงทำให้มีบทร้อยกรองลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์มากมาย นอกจากนี้ท่านยังมีชื่อเสียงในการแต่งร้อยแก้วที่สามารถอ่านได้แบบร้อยกรองไว้ในบทเดียวกัน เรียกได้ว่ามีทักษะเป็นเลิศหาตัวจับยาก ส่วนคำฉันท์นั้น ก็ยังสามารถหาคำง่ายๆ มาลงครุลหุได้อย่างสวยงาม ด้วยความสามารถระดับนี้ ท่านจึงได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักแต่งฉันท์ฝีมือชั้นครูคนหนึ่งของไทยแม้ ณ ปัจจุบันนี้ นายชิต บุรทัต ลาจากโลกนี้ไปใน วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2485 ด้วยโรคลำไส้พิการ สิริอายุ 50 ปี

นามปากกา

  • เจ้าเงาะ
  • เอกชน
  • แมวคราว

ช่วงวาระสุดท้าย

นายชิต บุรทัต ได้สร้างผลงานที่มีชื่อเสียงเอาไว้มากมาย จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามสกุล ‘บุรทัต’ ซึ่งถือเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลอย่างไม่รู้คลาย