ความหมายของ ‘กวีนิพนธ์ร่วมสมัย’ คืออะไร ?

กวีนิพนธ์ คือ รูปแบบอันแสดงออกถึงความเป็นศิลปะอีกประเภทหนึ่ง โดยมนุษย์นำภาษามาใช้เพื่อสร้างคุณประโยชน์ ทางด้านสุนทรียะ เป็นการเพิ่มเติมเนื้อหาทางความหมายให้ลึกยิ่งขึ้น จัดเป็นส่วนหนึ่งของงานวรรณกรรม สำหรับคำประพันธ์ที่นักกวีแต่ง จัดเป็นงานเขียนที่มีวรรณศิลป์ สามารถกระตุ้นให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์ได้ โดยคำที่มีความหมายไปในทางเดียวกัน ก็คือ ร้อยกรอง ถ้อยคำที่ถูกเรียบเรียงให้ถูกต้องตามฉันทลักษณ์

ด้วยกาลเวลาที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ทุกสรรพสิ่งล้วนต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา จึงทำให้กวีนิพนธ์เอง ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยเข้าถึงผู้คนรุ่นใหม่ให้มากขึ้น

กวีนิพนธ์ มีความเจริญมากที่สุด ในสมัยรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่หลังจากนั้นจึงเริ่มเข้าสู่ยุคร้อยแก้ว จนกระทั่งถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้การศึกษารวมทั้งการสื่อสารทางสิ่งพิมพ์ของไทยมีการพัฒนาขึ้น จึงทำให้การแต่งกวีที่มีเรื่องราวยาวๆ ก็กลายเป็นบทสั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น บทสดุดี , บทเฉลิมพระเกียรติ , ตลอดจนการถ่ายทอดอารมณ์ ก็ยังคงมีความเข้มงวดอันอยู่ภายในกรอบตามตำรา แต่หลังจากปี พ.ศ.2516 เป็นต้นมา เหตุการณ์บ้านเมืองเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้เนื้อหาของกวีเปลี่ยนรูปแบบเป็นการสื่อความคิดเห็นส่วนบุคคล แสดงทรรศนะ อันเกี่ยวกับการเมือง การปกครอง รวมทั้งสังคม มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้นักกวีส่วนหนึ่ง ปรับปรุงฉันทลักษณ์ของบทกวีให้มีความเหมาะสมกับ ในการสอดใส่เนื้อหาซึ่งใช้ถ่ายทอดความคิดได้อย่างอิสรเสรี เช่น การจำกัดจำนวนคำในวรรค ไม่เข้มงวดเท่ากันทุกวรรค ลดสัมผัสสระน้อยลง นำสัมผัสของอักษรมากำหนดจังหวะรวมทั้งลีลาโดยรวมของกลอน ไม่เข้มงวดในการเสียงวรรณยุกต์ท้ายวรรคเหมือนสมัยเก่า เน้นการใช้น้ำเสียงหนักเบา หรือสั้นยาว เพื่อถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกนึกคิด เลือกถ้อยคำง่ายๆ อย่างตรงไปตรงมา ในทำนองภาษาพูดมากกว่าการใช้โวหาร อีกทั้งยังมีเนื้อหาไปในทางกลอนชาวบ้านมากขึ้น เพื่อเข้าถึงผู้ฟังทุกกลุ่ม แต่ถึงกระนั้นก็ตามก็ยังมีกวีส่วนหนึ่งที่ยังคงยึดมั่นแนวฉันทลักษณ์เดิมเอาไว้

กวีร่วมสมัยที่มีผลงานดีเด่น และมีชื่อเสียง ซึ่งส่วนใหญ่ท่านเหล่านิยมใช้ฉันทลักษณ์แบบดั้งเดิม เช่น

  • เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
  • จิระนันท์ พิตรปรีชา
  • กุลทรัพย์ รุ่งฤดี
  • ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา
  • ประยอม ซองทอง เป็นต้น

กวีร่วมสมัยที่เลือกใช้รูปแบบแปลกใหม่จากฉันทลักษณ์เดิม เช่น

  • อังคาร กัลป์ยาณพงศ์
  • ศักดิ์ศิริ มีสมสืบ
  • จ่าง แซ่ตั้ง เป็นต้น

โดยแต่ละจำนวนคำในบทกวี ในแต่ละประเภทล้วนเป็นเครื่องมือที่สำคัญ ในการสร้างลีลาและเอกลักษณ์ เพื่อสร้างให้เกิดความไพเราะ เพราะฉะนั้นกวีนิพนธ์สมัยใหม่จึงเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าและสะท้อนภูมิปัญญาของกวีไทยอันเป็นอมตะ